อืม รู้ตัวว่าเป็นไทรอยด์มาได้หลายเดือนแล้ว ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ พาลจะยิ่งรู้สึกว่าก้อนมันโตขึ้น ทำให้รู้สึกกังวลเล็กน้อย เพราะยังไม่รู้จะรักษาในแนวทางใดกันแน่
แปลกดีก่อนที่จะไปหาหมอแมะ อยู่ๆ ฉอยก็ชวนไปกินบะหมี่หน้าปากซอย ร้อยวันพันปีก็ไม่เคยไปกันอย่างงั้น แต่ว่าความบังเอิญไม่มีนะ
ไปถึงร้าน เราก็เลือกที่นั่ง อืมจริงๆไม่อยากนั่งที่นั้นเลย เพราะมันมืด แต่ดูพี่ผู้หญิงเค้าเชิญชวนอย่างไรไม่รู้ ก็เลยนั่งลง คำแรกที่พี่เค้าทัก คอเป็นอะไร ไอ้เราตกใจมาก เพราะไม่น่าใหญ่จนเค้าเห็นได้ชัดเจน และมันก็มืดมากๆ
เป็นไทรอยด์ค่ะ เราตอบ เหรอ ลูกสาวเค้าก็เป็น จริงๆแล้วโรคนี้เกิดจากวิบากกรรมมักโกรธนะ เราก็ชะงักนิดๆ อืม ฟังแล้วก็สมเหตุสมผลหน่ะ เพราะว่าอาการของคนที่ป่วยเป็นโรคนี้ จะหงุดหงิด โมโหง่ายจริงๆ
เรารู้สึกถูกคอกะพี่เค้ามากๆ ถามบ้านพี่เค้าอยู่ที่ไหน เค้าบอกว่าแต่ก่อนเคยอยู่แถวนี้ แต่ตอนนี้อยู่คลอง 3 โหดึกป่านนี้พี่มาทำอะไรแถวนี้ เค้าว่าเป็นเภสัชปรุงยา แต่นี่ดึกแล้ว แล้วจะกลับไง ก็ต่อรถโน่นนี่เยอะมาก พี่เค้าบอก ชีวิตก็เป็นแบบนี้อะแหล่ะ คำพูดคุ้นๆ
เอะใจ พี่เข้าวัดพระธรรมกายใช่มั้ย เค้าบอกว่าใช่..มิน่าหล่ะ พี่เค้าก็อวยพรให้เราได้พบหมอที่ดี และหายเป็นอัศจรรย์ เราก็ขอบคุณเค้าแล้วก็แยกจากกัน
หลังจากวันนั้นเราก็ได้ไปหาหมอแมะ ซึ่งเค้าอยู่ไกลมาก ลึกมาก เราคิดถ้าธรรมดาคงไม่ได้มาเจอเค้าหรอก
ก็พูดคุยไม่นาน แต่เค้าก็บอกเล่าโรคของเราได้แม่นยำ อืม เค้าให้แก้วิธีการกินการอยู่ของเรา ที่สำคัญเราต้องมีวินัยอะ อืมจะพยายาม สู้ๆ ขอให้หายเป็นอัศจรรย์
|